Translate

บทความที่ได้รับความนิยม

วันเสาร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2556

Glowdeck เป็นมากกว่าลำโพงไร้สาย

      Glowdeck ลำโพงไร้สายอเนกประสงค์ หนึ่งในแก็ดเจ็ตรูปแบบใหม่ที่เปรียบได้กับอุปกรณ์เสริมสำหรับการใช้โทรศัพท์มือถือในยุคดิจิตอล จะสะดวกและทันสมัยแค่ไหน ไปชมกันครับ

       Glowdeck เป็นลำโพงไร้สายขนาดเล็กที่ออกแบบมาในรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ใส่สีน้ำตาลอ่อนแสดงถึงความคลาสสิคของแก็ดเจ็ตไร้สายชนิดนี้ สะดวกแก่การพกพา พร้อมแบตเตอรี่ในตัวขนาด 5400 mAh ที่ช่วยให้การใช้งานยาวนานจนคุณไม่ต้องนึกถึงการเสียบสายชาร์จเมื่อนำไปใช้นอกบ้าน Glowdeck มีหน้าจอขนาด 1.8 นิ้วอยู่ด้านหน้า คอยแสดงวันที่และข้อมูลสภาพอากาศออนไลน์ได้ผ่านการเชื่อมต่อ Wi-Fi นอกจากผู้ใช้งานยังสามารถกำหนดให้มีการแสดงผลข้อมูลกีฬาล่าสุด, ข้อมูลตลาดหุ้น และตารางนัดหมายต่างๆได้ เพียงเข้าไปตั้งค่าผ่านเว็บเบราว์เซอร์


        Glowdeck ยังทำหน้าที่เป็นอุปกรณ์ชาร์จไร้สาย (Wireless Charging) สำหรับโทรศัพท์มือถือเพียงแค่ผู้ใช้งานนำเครื่องที่รองรับกับการชาร์จไร้สายไปวางไว้บนเครื่อง Glowdeck เพียงเท่านี้ก็จะเริ่มการชาร์จแบตเตอรี่ไปโทรศัพท์มือถือของคุณแล้ว ซึ่งคุณสามารถชาร์จไร้สายกับมือถือได้พร้อมกันถึง 2 เครื่อง
       

      ในขณะที่คุณวางมือถือบน Glowdeck คุณจะทราบได้ทันทีหากมีสายเรียกเข้าหรือข้อความเข้ามา เนื่องจากระบบไฟ LED ใต้ตัวเครื่องจะกระพริบเหมือนส่งสัญญาณให้คุณทราบถึงการแจ้งเตือนต่างๆ ยังไม่หมดเท่านี้ Glowdeck ยังสามารถซิงค์กับเพลงในมือถือของคุณได้ผ่านการเชื่อมต่อกับบลูทูธ ทำให้ Glowdeck เป็นเหมือนเครื่องขยายเสียงให้กับมือถือของคุณได้

        Glowdeck ลำโพงไร้สายอเนกประสงค์ เปิดให้ร่วมระดมทุนผ่านเว็บไซต์ kickstarter ท่านใดที่สนใจสามารถเข้าไปรับชมเพิ่มเติมกันได้ต่อไป


อนาคตซัมซุงที่จะลดการใช้ Android

        ความพยายามที่จะลดบทบาทของ Android ในทุกอุปกรณ์พกพาของซัมซุงคือการพัฒนาและผลักดันโอเอสรุ่นใหม่นาม Tizen ที่ได้ Intel เข้ามาร่วมสร้างสรรค์ผลงานครั้งนี้ ซึ่งซัมซุงก็คาดหวังต่อโอเอสของตัวเองไว้ว่าจะเป็นทางเลือกและพลังในการขับเคลื่อนอนาคตของบริษัทร่วมกับโทรศัพท์มือถือรุ่นเรือธง
   
       จากการให้สัมภาษณ์ของ J.K.Shin ซีอีโอของซัมซุงกับ CNET ต่อโอเอส Tizen ในตอนหนึ่งระบุว่ามันจะเป็นมากกว่าระบบปฏิบัติการที่ถือเป็นทางเลือกง่ายๆสำหรับ Android การใช้ Tizen OS จะช่วยให้ลูกค้าของซัมซุงที่ใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น โทรศัพท์มือถือ, พีซี, กล้อง ตลอดจนอุตสาหกรรมอื่นๆ ได้แก่ รถยนต์, ธนาคาร และเทคโนโลยีอื่นๆ สามารถข้ามมาบรรจบกันเป็นหนึ่งเดียวได้ ซึ่ง Tizen OS ได้ถูกเปิดเผยภายใต้อุปกรณ์ต้นแบบไปแล้วเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ในงาน Mobile World Congress


     โดยการพัฒนา Tizen ของซัมซุงและ Intel จะไม่ใช่แค่การส่งเสริมทางเลือกใหม่ให้กับผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ แต่ยังเป็นการแยกความแตกต่างของโทรศัพท์มือถือซัมซุงกับมือถือที่ใช้ Android จากตลาดเพื่อความชัดเจนที่มากขึ้น นอกจากนี้การประกาศเปิดตัว Moto X อีกหนึ่งมือถือเรือธงภายใต้ Google กับ Motorola ขยับให้การแข่งขันในตลาด Android ทวีความเข้มข้นเป็นเท่าตัว อีกทั้งซัมซุงเป็นกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับการพึ่งพาใน Android ซึ่งทำงานในโทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ตส่วนใหญ่ แต่อำนาจในการคอนโทรลของซัมซุงเองยังมีน้อย แม้ซัมซุงจะขึ้นชื่อว่าเป็นบริษัทที่ขายมือถือได้มากที่สุดในโลกก็ตาม

       ฉะนั้น Tizen OS จึงเป็นสิ่งสำคัญเพราะมันหมายถึงความพยายามที่ดีที่สุดของซัมซุงที่จะผลักดันระบบปฏิบัติการที่มีการควบคุมได้มากกว่าเพื่ออำนาจเหนือตลาดโทรศัพท์มือถือที่จะขับเคลื่อนด้วยอุปกรณ์สาย Galaxy S

       เป็นที่น่าติดตามว่าในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ซัมซุงจะประกาศตัว Tizen OS พร้อมกับโทรศัพท์มือถือรุ่นใด และจะสามารถต่อกรกับ Android หรือ iOS ได้ดีเพียงใด เวลาเท่านั้นที่จะเป็นเครื่องพิสูจน์

iPhone 5C ราคาอาจไม่ถูกตามที่หวัง

       ชื่อของ iPhone low cost หรือไอโฟนราคาประหยัดกลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงนานนับเดือน ก่อนจะถูกลือมาเป็น iPhone Lite และล่าสุดในชื่อ iPhone 5C สิ่งที่ผู้ใช้มือถือให้ความสนใจนอกเหนือจากคุณสมบัติต่างๆแล้ว นั่นก็คือ “ราคา” ที่มีทั้งการคาดการณ์และหวังว่ามันจะ “ถูก” สมชื่อของมันจนถึงตอนนี้รูปร่างหน้าตาของ iPhone 5C (iPhone low cost, iPhone Lite เดิม) ที่ปรากฎภาพหลุดให้เราเห็นกันอยู่เรื่อยๆ น่าจะเป็นการยืนยันได้ในระดับหนึ่งว่าดีไซน์ที่ Apple ที่กำหนดให้กับไอโฟนรุ่นประหยัดคงไม่หนีไปจากภาพที่เราเห็นมาตลอดในช่วง 1-2 เดือนหลัง ซึ่งเป็นดีไซน์ที่ลอกมาจาก iPhone 5 แต่ปรับวัสดุที่เป็นอะลูมิเนียมมาใช้พลาสติกที่มีความทนทานแทน และตัวเครื่องก็จะหนาตามไปด้วย ส่วนกล้องหลังน่าจะมาพร้อมกับความละเอียด 8 ล้านพิกเซล หน้าจอแสดงผลขนาด 4 นิ้ว ทางด้านราคาที่มีหลายคนพูดถึงกันไม่ใช่น้อยว่ามันน่าจะอยู่ราวๆ 1 หมื่นต้นๆ ซึ่งเว็บไซต์ phonearena ก็ได้มีการอ้างอิงราคาจากสื่อในประเทศจีนว่า iPhone 5C น่าจะมีราคาอยู่ที่ 490 เหรียฐสหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 15,000 บาท และเมื่อบวกกับค่าขนส่งตลอดจนค่าอื่นๆเมื่อนำมาขายในไทยแล้ว ราคาอาจจะพุ่งไปแตะหลัก 16,000 – 17,000 บาทก็เป็นได้




   หากราคาเป็นไปตามที่สื่อจีนอ้างแล้วล่ะก็ ผู้ใช้มือถือที่มีกำลังทรัพย์น้อยและรอการมาของ iPhone 5C นี้อาจจะต้องกุมขมับแล้วหันไปใช้ Android ที่มีราคาถูกกว่าก็เป็นได้




USB 3.1 ให้ความเร็วสูงสุด 10 Gbps

     USB คือมาตรฐานในแง่ของการเชื่อมต่ออุปกรณ์รอบข้างทั้งหลายซึ่งเวอร์ชั่นใหม่ที่ใช้ในปัจจุบันคือ USB 3.0 ที่ให้ความเร็วในการแลกเปลียนข้อมูลสูงสุดถึง 4.8 Gbps แต่อีกไม่นานนี้ USB 3.1 จะเข้ามาสร้างมาตรฐานใหม่ของการรับส่งข้อมูลในความเร็วสูงสุด 10 Gbps

     สำหรับหัวใจสำคัญในการออกมาตรฐานใหม่คือเรื่อง Backward Compatible ที่จะเอื้อต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ของผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ในอนาคต ตลอดจนอุปกรณ์รุ่นเก่าของผู้บริโภคทั่วไป ทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องกังวลเรื่องความเข้ากันได้ของอุปกรณ์รุ่นเก่ากับรุ่นใหม่ และแน่นอนว่า USB 3.1 จะเป็น SuperSpeed USB ที่รองรับอัตรการรับส่งข้อมูลจากเดิมใน USB 3.0 ที่ 4.8 Gbps เพิ่มป็น 10 Gbps ช่วยให้การคัดลอกข้อมูลขนาดใหญ่เป็นไปด้วยความรวดเร็วยิ่งขึ้น นอกจากนี้ในแง่ของพลังงานแล้วก็จะประหยัดขึ้นอีกเช่นเดียวกัน คาดว่า USB 3.1 จะทะยอยออกสู่ตลาดในปี 2014 ขณะเดียวกัน Intel ก็เตรียมที่จะพัฒนา Thunderbolt 2 ในปีนี้ ซึ่งจะให้ความเร็วสูงสุดถึง 20 Gbps


     ซึ่ง Intel ก็จะเปิดโอกาสให้นักพัฒนาได้เข้าร่วมเรียนรู้และรายละเอียดทางเทคนิคของ USB 3.1 ตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคมนี้ไปจนถึงเดือนธันวาคม ในการงานสัมมนาที่จะจัดขึ้น 3 ครั้งโดยเริ่มจากสหรัฐอเมริกา, ในแถบยุโรป และเอเชีย

แค่มี iPhone ค่ายอื่นก็ชิดซ้าย

     ช่วงเวลาที่ผ่านมาผลิตภัณฑ์ของ Apple อย่าง iPhone และ iPad มักถูกนำไปเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์ยี่ห้อดังๆผ่านชุดโฆษณาอยู่เป็นประจำ แม้จะมีการหยิบยกจุดด้อยของทั้ง iPhone และ iPad แต่นั่นก็ไม่ได้ช่วยให้ความนิยมในตัวผลิตภัณฑ์ของ Apple ลดลงไปแต่อย่างใด ขณะเดียวกัน Apple ยังทะยอยส่งโฆษณาชุดใหม่ๆที่ไม่เน้นโจมตีค่ายใดค่ายหนึ่งออกมาเพื่อให้คนทั่วไปได้เห็นประโยชน์อันเหลือล้นจาก iPhone

     โฆษณาชุดใหม่ของ Apple ที่เพื่อนๆกำลังจะได้ชมต่อไปนี้เป็นการบอกเล่าเรื่องราวผ่านฟีเจอร์ FaceTime บน iPhone ที่ไม่คุณจะอยู่ที่ไหน จะทำอะไร และมีการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตไร้สาย คุณก็สามารถพูดคุยแบบเห็นหน้ากับคู่สายของคุณได้อย่างง่ายดายในทุกๆวัน ไม่เพียงแค่การคุยเห็นหน้าเท่านั้น แต่การใช้ FaceTime ยังเสมือนเป็นการแสดงความรู้สึกดีๆ ถึงกันและกันผ่านสีหน้า ท่าทาง รวมถึงคำพูดต่างๆ ซึ่งทุกกิริยาอาการสามารถส่งถึงคู่สายของคุณได้ผ่าน FaceTime ทั้งนี้ในโฆษณาชุดใหม่ของ iPhone ยังทิ้งท้ายด้วยว่า FaceTime เป็นฟีเจอร์เฉพาะบน iPhone ที่ทำได้ดีกว่าโทรศัพท์ยี่ห้ออื่นๆ ด้วย (ก็ว่ากันไป)

    โดยส่วนตัวของผู้เขียนเองก็เชื่อว่าเพื่อนๆที่ใช้ iPhone ก็คงจะเคยเล่น FaceTime กันมาบ้าง แต่นอกจาก FaceTime แล้วก็ยังมีแอพ Tango ที่มีคุณสมบัติคุยแบบเห็นหน้าได้เช่นเดียวกัน ส่วน FaceTime หรือ Tango รวมถึงแอพอื่นๆ ตัวไหนจะดีกว่ากันเรื่องนี้เพื่อนๆทุกคนคงรู้กันเป็นอย่างดีแน่นอน ^^


BlackBerry ส่อแววขายกิจการ

      มีขาขึ้นก็ต้องมีขาลง !! สัจธรรมที่เกิดขึ้นจริงบนโลกใบนี้ เช่นเดียวกับ BlackBerry จากยุคที่กิจการเฟื่องฟู มาตอนนี้พวกเขากลับต้องเผชิญกลับปัญหาการขาดทุนอย่างต่อเนื่อง จนส่อแววว่าอาจต้องขายกิจการ

      จากค่านิยมของผู้ใช้สมาร์ทโฟนที่หันไปใช้ iOS กับ Android กันเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ระบบปฏิบัติการอื่นๆ รวมถึง BlackBerry ค่อนข้างถูกมองข้าม นอกจากนี้ดีไซน์ของ iPhone และสมาร์ทโฟน Android ต่างสามารถดึงดูดให้ผู้ใช้ตัดสินใจเลือกในสิ่งที่ต้องการได้ แถมโอเอสที่พวกเขาเลือกยังสามารถเข้าถึงและเรียนรู้ได้ง่าย แม้ตลอดปีที่ผ่านมา BlackBerry พยายามอย่างยิ่งกับการผลักดันสมาร์ทโฟนไฮเอนด์รุ่นใหม่อย่าง BlackBerry Z10 และโอเอสรุ่นใหม่อย่าง BES 10 แต่นั่นกลับไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ที่ย่ำแย่ของบริษัทกระเตื้องขึ้นแต่อย่างใด เนื่องจากไม่สามารถต่อสู้ในตลาดสมาร์ทโฟนที่มี Apple, Samsung หรือ Android ได้ ฉะนั้นเพื่อเป็นการหาทางออกในเรื่องนี้ BlackBerry จึงตัดสินใจตั้งคณะกรรมการชุดเฉพาะกิจขึ้นมาเพื่อร่วมหารือและกำหนดกลยุทธ์ตลอดจนพิจารณาทางเลือกใหม่ๆสำหรับทางออกของปัญหาที่ดีสุด และรวมไปถึงการพิจารณาขายกิจการด้วย


     ทางด้านซีอีโอของ BlackBerry ยังได้ออกมากล่าวต่อเรื่องที่เกิดขึ้นว่าหลังจากที่มีการจัดตั้งคณะกรรมการชุดเฉพาะกิจขึ้นมา BlacBerry จะยังให้คำสำคัญกับอุตสาหกรรมและการพัฒนาเทคโนโลยีต่อไป ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะมุ่งเน้นที่ความเหมาะสมตามกลยุทธ์ที่คณะกรรมการเฉพาะกิจกำหนดขึ้น

    ในการสำรวจส่วนแบ่งการตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลกของ IDC ปรากฎว่า Blackberry เหลือส่วนแบ่งอยู่ไม่ถึง 3% ในไตรมาสล่าสุดของปี 2013 ทั้งๆที่เมื่อ 4 ปีก่อนยังครองส่วนแบ่งได้มากถึง 50 %

อ้างอิงจาก theguardian

Robert Downey Jr. เริ่มโปรโมต HTC

         งบประมาณมหาศาลกว่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐที่ HTC ทุ่มเทให้กับการโปรโมตแคมเปญใหม่ล่าสุดของพวกเขา พร้อมดึง Robert Downey Jr. (โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์) ชายที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากันจากบทบาทIron Man และ Sherlock holmes มาร่วมสร้างสรรค์แบรนด์ HTC ให้น่าติดตามมากยิ่งขึ้น

    หลังปล่อยทีเซอร์สั้นๆออกมาเรียกน้ำย่อยไปก่อนหน้านี้ ล่าสุด HTC ส่งคลิปฉบับเต็มชุดแรกที่นำแสดงโดย โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ มาให้เราได้ชมกันแล้ว โฆษณาดังกล่าวเท่าที่ตัวผมได้ชมไปนั้นเสมือนเป็นการแนะนำ HTC ว่ามันคืออะไร สังเกตได้จากช่วงต้นของโฆษณาซึ่งผู้ที่อยู่ในห้องประชุมต่างงงไปกับข้อความในกระดาษที่พระเอกของเราได้หยิบขึ้นมาพร้อมด้วยคำว่า HTC หลังจากนั้นก็เป็นการสื่อให้เห็นถึงสรรพคุณของสมาร์ทโฟน HTC ทั้งในแง่ของการโชว์คุณภาพของเสียงด้วยระบบลำโพงคู่หรือ BoomSound (ช่วงขัดสีรถ )หรือจะเป็นความเร็วชัตเตอร์ของการถ่ายภาพเคลื่อนไหวด้วยเซนเซอร์ชนิดพิเศษที่เรียกว่า Ultrapixel (ช่วงเช้าชมพิพิทธภัณฑ์)

      อีกหนึ่งสรรพคุณของโปรโมต HTC ในโฆษณาชุดแรกนี้ที่ผมขอเดาว่าในช่วงท้ายของโฆษณาที่เราได้เห็นห้องจำนวนมากพร้อมมีการกระทำของเหล่านักแสดงที่แตกต่างกันไปน่าจะเป็นการสื่อให้เห็นถึงอินเตอร์เฟสของ HTC ที่เรียกว่า Blink Feed ซึ่งจุดเด่นคือการรวบรวมข่าวสารทั้งโลก, Social Network และแอพสำหรับการใช้งานทั่วไปมารวมไว้ในที่เดียวและแน่นอนว่าก่อนจบคลิปก็จะเป็นการปิดท้ายด้วยสโลแกนใหม่จาก HTC ที่เรียกว่า "Here's To Change"


Youtube กลับสู่ Windows Phone แล้ว

       หลังมีปัญหาเล็กๆน้อยระหว่าง Google กับ Microsoft จนผู้ใช้ Windows Phone ต้องอดใช้แอพ Youtube ไปช่วงเวลาหนึ่ง แต่ปัญหาทั้งหมดดูท่าว่าถูกสะสางเป็นที่เรียบร้อยและตอนนี้แอพ Youtube เปิดให้ผู้ใช้ Windows Phone ได้ดาวน์โหลดเวอร์ชั่นสมบูรณ์ไปใช้งานกันได้แล้ว

        แอพ Youtube ที่เปิดให้ดาวน์โหลดเป็นเวอร์ชั่น 3.2.0.0 ซึ่งผู้ใช้สมาร์ทโฟนโอเอส Windows Phone 7.x ไปจนถึง Windows phone 8 สามารถติดตั้งแอพวีดีโอชื่อดังได้ทันที นอกจากนี้แอพ Youtube เวอร์ชั่นล่าสุดยังได้เพิ่มคุณสมบัติสำหรับการใช้งานที่หลากหลายมากขึ้น ได้แก่ การจัดการข้อมูลหรือวีดีโอส่วนตัวจากหน้า Youtube Profile, สามารถเข้าค้นหาช่องรายการ, วีดีโอ, และเพลย์ลิสต์ด้วยการ Search ได้รวดเร็วขึ้น, สามารถแชร์วีดีโอไปยังโซเชียลเน็ตเวิร์ค, อีเมล์ หรือหรือส่งเป็นข้อความได้ รวมไปถึงมีมุมการรับชมวีดีโอที่เหมาะสมและปลอดภัยสำหรับเด็กอีกด้วย



      ใครที่ใช้สมาร์ทโฟนโอเอส Windows Phone 7.x ตลอดจน Windows Phone 8 อย่ารีรอ สามารถดาวน์โหลดได้ที่ Windows Store หรือตามลิงค์ ดาวน์โหลด ที่นี่เลยจร้า

สุดเจ๋ง ! นาฬิกาติดกล้อง 41 ล้านพิกเซล

     พัฒนาการของนาฬิกาข้อมือแบบเดิมๆสู่ความเป็น SmartWatch พร้อมการทำงานร่วมกับสมาร์ทโฟนกลายเป็นอีกหนึ่งแก็ดเจ็ตที่กำลังจะเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน แต่ SmartWatch ยังมีข้อจำกัดหลายอย่างโดยเฉพาะการถ่ายภาพ อย่างไรก็ตามการผนึกกล้องถ่ายภาพเข้าไปยัง SmartWatch ดูจะไม่ใช่เรื่องที่เกินความจริงอีกต่อไป



      เสมือนการเดินตามกระแสของ SmartWatch เมื่อ Hyetis ผู้ผลิตนาฬิกาข้อมือของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ได้คิดค้น SmartWatch รุ่นใหม่ที่ใช้ชื่อว่า "Crossbow" ภายใต้ไอเดียที่สามารถทำงานได้มากกว่า SmartWatch ของค่ายอื่นๆ นอกจากการทำงานที่สามารถเชื่อมต่อกับระบบปฏิบัติการ Android, iOS และ Windows Phone 8 รองรับการเชื่อมต่อกับ Wi-Fi, Bluetooth ตลอดจนมีเซนเซอร์ไว้ใช้สำหรับวัดอุณหภูมิ, วัดสภาพร่างกายของผู้สวมใส่ และเป็นไมโครโฟนขนาดจิ๋วแล้ว Hyetis Crossbow ยังติดตั้งกล้องถ่ายภาพขนาดเล็กมาด้วย ที่น่าสนใจคือความละเอียดของกล้องบน SmartWatch รุ่นนี้ที่สูงถึง 41 ล้านพิกเซล พร้อมใช้เลนส์ Carl Zeiss เช่นกัน เรียกว่าความละเอียดของกล้องบน Hyetis Crossbow เทียบเท่า Nokia Lumia 1020 เลยก็ว่าได้

Hyetis Crossbow แก็ดเจ็ตสวมใส่นี้มีแผนจะเริ่มจัดส่งถึงผู้สั่งจองให้ได้อย่างน้อย 500 เรือนในปีนี้ ในสนนราคาเรือนละ 1,200 เหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยก็ตกอยู่ที่ 36,000 บาทจ้าา


iPad 5 จะอิงคอนเซปต์จาก iPad mini

      แม้จะยังอยู่ในช่วงเดือนสิงหาคมแต่เชื่อว่าหลายคนคงนับวันรออยากให้ถึงเดือนกันยายนเร็วๆ เพราะรายงานข่าวหลายสำนักต่างฟันธงการเปิดตัว iPhone 5S กับ iPhone 5C ว่าจะเกิดขึ้นในวันที่ 10 กันยายนนี้ และหลังจากนั้นไม่กี่เดือน Apple ก็พร้อมส่ง iPad 5 ตามออกมาอีกด้วย และในวันนี้้เรามีความคืบหน้าของ iPad รุ่นหน้ามาให้ติดตามกันครับ
     
        Wall Street Journal สื่อชื่อดังระบุว่าได้รับข้อมูลมาจากแหล่งข่าววงในแทบเอเชียซึ่งเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์ให้กับ Apple ซึ่่งมีการกล่าวถึง iPad รุ่นใหม่หรือ iPad 5 ว่าจะมีลักษณะที่บางลงและเบาขึ้นว่า iPad 4 เนื่องจาก Apple ได้อิงคอนเซปต์ทางด้านจอภาพของ iPad mini มาใช้ใน iPad รุ่นใหม่ด้วย ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวเป็นการใช้วัสดุประเภทฟิลม์ในส่วนจอทัชสกรีนสำหรับ iPad 5 เหมือนอย่าง iPad mini แทนที่วัสดุกระจก จากการเปลี่ยนแปลงนี้จะช่วยให้ iPad 5 มีความบางและเบาขึ้น แถมขอบจอยังจะขยับมาใกล้กับขอบตัวเครื่องมากยิ่งขึ้นด้วย นับเป็นการปรับดีไซน์อีกครั้งหลังเปิดตัว The New iPad หรือ iPad 3 เมื่อปี 2012



        ส่วนการเปิดตัวจะอยู่หลังเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่แน่นอน ส่วนช่วงเวลาอาจจะอยู่ในเดือนตุลาคมหรือไม่ก็พฤศจิกายน และไม่เพียงแค่การเปิดตัว iPad 5 แต่ยังจะรวมถึง iPad mini 2 ด้วย งานนี้สาวก Apple เตรียมตัวเตรียมเงินไว้ให้ดีๆ

ย้ำอีก ! Samsung Gear มาพร้อม Note 3

    ตามแผ่นป้ายโฆษณาอีเวนท์ Unpacked Episode 2 ของ Samsung เหมือนเป็นการยืนยันมากกว่า 90% ว่าจะเป็นการเปิดตัว Galaxy Note 3 เช่นเดียวกับข่าวลือของ SmartWatch ของพวกเขาในชื่อ "Samsung Gear" ที่บางสื่อในต่างประเทศกล้าฟันธงไปแล้วว่าจะเปิดตัวพร้อม Note 3 แน่ และอีกหนึ่งสื่อที่ออกมาย้ำข้อมูลดังกล่าวก็ไม่ใช่ใครที่ SamMobile นั่นเอง

     หลังจากที่มีรายงานการเริ่มต้นพัฒนา SmartWatch ของ Samsung เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ข้อมูลต่างๆก็เริ่มทะยอยออกมาตามสื่อให้เห็นกันอยู่เรื่อยๆ ทำให้ความเป็นไปได้ที่ยักษ์จากเกาหลีจะส่งนาฬิกาข้อมือสุดไฮเทคออกสู่ตลาดก่อนสิ้นปี 2013 ยิ่งมีน้ำหนักมากขึ้น ล่าสุดเว็บไซต์ SamMobile ผู้เปรียบเสมือนแหล่งข่าววงในได้เผยแพร่สิทธิบัตร SmartWatch ของ Samsung ที่แสดงต้นแบบให้เราได้กันนิดหน่อย โดยในภาพแสดงปุ่มของการทำงานหลักๆ ทั้งปุ่มเมนูแบบทัชสกรีน, ปุ่มเปิด-ปิด, ลำโพง กระทั่งพอร์ต USB ที่น่าสังเกตคือตัวสายรัดข้อมือค่อนข้างมีรูปแบบคล้ายสายนาฬิกาข้อมือแบบอะลูมิเนียม (นึกภาพนาฬิกา Rolex) หากตัวจริงที่กำลังจะเปิดตัวเป็นเช่นนี้จริงก็น่าจะเรียกเสียงฮือฮาได้มากเลยทีเดียว
นอกจากนี้ทาง SamMobile ยังยืนยันว่า Samsung Gear จะเปิดตัวในวันที่ 4 กันยายนนี้ ในงาน IFA 2013 ที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน พร้อมๆกับ Galaxy Note 3 และสามารถเชื่อมการทำงานร่วมกันสมาร์ทโฟนในตระกูล Galaxy ได้อีกด้วย



       จากสถานการณ์ของตลาดเทคโนโลยีประเภทสวมใส่บนร่างกายที่มีแนวโน้มเติบโตแบบพุ่งพรวด ทำให้ Samsung เองหรือจะ Apple รวมไปถึงบริษัททางด้านเทคโนโลยีรายอื่นๆ ต่างกระโดดเข้าร่วมแจมกันอย่างคึกคัก ซึ่งตอนนี้ Samsung ค่อนข้างได้เปรียบกับ SmartWatch ของพวกเขาที่กำลังจะเปิดตัวในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า เนื่องจากแบรนด์ที่ติดหูและความเชื่อมั่นต่อเทคโนโลยีที่มาจาก Samsung ทำให้โอกาสที่จะโกยรายได้นั้นมีสูงมากและยังนำหน้าคู่แข่งรายสำคัญอย่าง Apple ที่ตอนนี้ข่าวเรื่อง iWatch ดูจะเงียบๆไป

iOS 7 Gold Master เริ่มปล่อยกันยายนนี้

   iOS 7 Gold Master (GM) เป็นชื่อเวอร์ชั่นที่บ่งบอกถึงความพร้อมที่สุดของระบบปฏิบัติการใหม่จาก Apple ที่จะส่งถึงผู้ใช้ iPhone กับ iPad ทั่วโลก ซึ่งเว็บไซต์ BGR ได้ให้ข้อมูลว่า Apple ได้กำหนดระยะเวลาในการปล่อย iOS 7 Gold Master เป็นที่เรียบร้อย โดยจะเริ่มต้นส่งให้กับพาร์ทเนอร์หรือพันธมิตรทางการค้าในวันที่ 5 กันยายนนี้ ต่อมาในวันที่ 10 กันยายนจะเป็นคิวของนักพัฒนาที่จะได้สัมผัสกับ iOS 7 Gold Master ควบคู่ไปกับ iPhone 5S กับ iPhone 5C ที่จะเปิดตัวในวันเดียวกันอีกด้วย และหลังจากนั้น 1 สัปดาห์ก็จะเป็นโอกาสของบุคคลทั่วไปที่จะได้เริ่มอัพเดต iOS รุ่นเก่าไปเป็นรุ่นใหม่ ซึ่งถือว่าจะเข้าทำนองเดียวกับการเปิดตัว iOS 6 เมื่อปีที่ผ่านมาเช่นกัน



ส่วนความคาดหวังของ iOS 7 Gold Master จากนักพัฒนาหรือบุคคลทั่วไปจะได้รับการตอบสนองได้มากน้อยเพียงใด เดือนกันยายนนี้เราก็จะได้รู้แล้วว่าระบบปฏิบัติการที่ถูกยกเครื่องใหม่ทั้งหมดจะมีคำวิจารณ์เป็นไปในทิศทางใดบ้าง

FM 2014 เปิดตัวแล้ว ขายปลายปีนี้



Sports Interactive และ SEGA สองผู้ผลิตเกมส์ Football Manager 2014 ออกมายืนยันว่าสามารถใช้ได้กับ Linux เป็นครั้งแรก พร้อมการเล่นบน PC และ Mac ได้เช่นกัน สำหรับตัวเกมส์มีการพัฒนาขึ้นเพื่อความสมจริงทั้งในเรื่องการซื้อ-ขายนักเตะ หรือการยืมตัว, เอนจิ้นในรูปแบบ 3D, การประสานงานระหว่างบอร์ดบริหารรวมไปถึงเหล่าสตาฟโค้ชและบรรดาผู้เล่นภายในทีมที่จะรายละเอียดที่ซับซ้อนมากขึ้นเสมือนการบริหารจัดการทีมของจริง, ส่วนติดต่อกับผู้ใช้งานเพิ่มขึ้น, มีการพัฒนาดีไซน์ในโหมดคลาสสิก, ส่วนของข่าวสารจะมีการพัฒนาและละเอียดยิ่งขึ้น และเรื่องแท็คติกก็จะมีการพัฒนาเพิ่มขึ้น อาทิ การมอบบทบาทในสนามให้กับผู้เล่นตำแหน่งต่างๆ เป็นต้น

สำหรับตอนนี้ทางเว็บไซต์ greenmangaming ได้เปิดให้ผู้ที่สนใจได้ Pre-Order กันแล้ว ในราคา 49.99 เหรียญสหรัฐ ประมาณ 1,500 บาท ซึ่งกำหนดวางขายตามท้องตลาดจะมีในช่วงปลายปีนี้ และจะมีการปล่อยเวอร์ชั่น Beta ในอีก 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า





ระเบิดอีกแล้ว! HTC One X ก็ลุกเป็นไฟ ร้านไหนก็ซ่อมไม่ได้






     ระเบิดอีกแล้ว! HTC One X ก็ลุกเป็นไฟ ร้านไหนก็ซ่อมไม่ได้ ในช่วงที่ HTC กำลังใช้ความพยายามอย่างหนักด้านการตลาดสำหรับสมาร์ทโฟนของพวกเขาถึงขนาดคว้าตัว โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ มาเป็นพรีเซนเตอร์เพื่อเร่งเร้าความสนใจของผู้ใช้สมาร์ทโฟน แต่แล้วก็ดันมีเรื่องมาขัดจังหวะซะได้ เมื่อมีเหตุการณ์ไฟลุกไหม้บน HTC One X จนไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไป
เหตุการณ์ไม่คาดฝันครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่ HTC One X อยู่ระหว่างการชาร์จแบตเตอรี่ แต่แล้วจู่ๆ ก็เกิดมีควันไฟลุกไหม้บริเวณฝาหลังของตัวเครื่องซึ่งสภาพที่เห็นบอกได้เลยว่าร้านไหนก็ไม่รับซ่อม เพราะทั้งตัวแบตที่ไหม้เกรียมและน่าจะไหม้กินบริเวณไปถึงขอบจอเลยด้วย ยังโชคดีที่เหตุการณ์นี้ไม่ได้ทำให้ผู้เป็นเจ้าของเครื่องเป็นอันตรายแต่อย่างใด นับเป็นอีกหนึ่งสมาร์ทโฟนล่าสุดที่มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นหลังจากก่อนหน้านี้ไม่กี่สัปดาห์ไม่ข่าวเรื่อง Galaxy S4 ระเบิดจนไฟไหม้ไปทั้งบ้าน หรือ Galaxy S3 ที่่ระเบิดใส่ขาหญิงสาวรายหนึ่งจนได้รับบาดเจ็บ และที่น่าเศร้าคือหญิงสาวรายหนึ่งในประเทศจีนต้องเสียชีวิตลงเพราะถูก iPhone ที่เธอใช้ขณะชาร์จช็อตเข้า อันเนื่องมาจากใช้ที่ชาร์จไม่ได้มาตรฐาน

    อย่างไรก็ตามทาง HTC คงไม่อยู่เฉยแน่และคงกำลังเร่งหาสาเหตุโดยเร็วที่สุดเพื่อไม่ให้เหตุการณ์ดังกล่าวมากระทบกับการแผนการตลาดสมาร์ทโฟนที่กำลังดำเนินการกันอย่างหนัก และหากสาเหตุที่สรุปออกมาเป็นเพราะที่ชาร์จไม่ได้มาตรฐานอีกล่ะ คุณคิดอย่างไร ?

วันศุกร์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ซัมซุง เอาใจคนชอบถ่ายรูป เปิดตัว กาแล็คซี่ เอส 4 ซูม


ซัมซุง เปิดตัว ซัมซุง กาแล็คซี่ เอส 4 ซูม ครั้งแรกของสมาร์ทโฟนที่มีกล้องความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ซูมได้สูงสุดถึง 10 เท่า มุ่งตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ชอบถ่ายภาพผ่านสมาร์ทโฟน ถ่ายแล้วแชร์ภาพได้ทันที 

นายวิชัย พรพระตั้ง รองประธานธุรกิจโทรคมนาคม บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า ซัมซุง กาแล็คซี่ เอส 4 ซูม (Samsung Galaxy S4 Zoom) ถือเป็นความก้าวหน้าอีกขั้นของซัมซุงที่มีความมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคให้ได้มากที่สุด ซึ่งปัจจุบันเรามักจะเห็นว่าพฤติกรรมผู้บริโภคนิยม นำสมาร์ทโฟนมาใช้ในการถ่ายภาพแทนการพกพากล้องคอมแพค แม้เวลาไปท่องเที่ยวในที่สถานต่างๆ เนื่องจากสมาร์ทโฟนนั้นเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคต้องพกติดตัวไว้อยู่ตลอดเวลา อีกทั้งการถ่ายภาพผ่านสมาร์ทโฟนยังสามารถแต่งภาพด้วยแอพพลิเคชั่นและแชร์ภาพความประทับใจผ่านสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ ได้โดยทันที 

รองประธานธุรกิจโทรคมนาคม บ.ไทยซัมซุงฯ กล่าวต่อว่า เนื่องจากคุณภาพของภาพถ่าย ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญ ด้วยความเข้าใจผู้บริโภคตรงจุดนี้ ซัมซุง กาแล็คซี่ เอส 4 ซูม จึงได้รับการพัฒนาขึ้นจากการผสมผสานรูปลักษณ์รวมถึงความสามารถและคุณสมบัติด้านชั้นยอดจากกาแล็คซี่ เอส 4 กับคุณสมบัติของการถ่ายภาพชั้นสูงของกล้องถ่ายรูปคอมแพคเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งซัมซุงมั่นใจว่า ซัมซุง กาแล็คซี่ เอส 4 ซูม จะเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่จะปฏิวัติวงการสมาร์ทโฟน และสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพและแชร์ผ่านสังคมออนไลน์ได้ทันที 

นายวิชัย กล่าวถึงคุณสมบัติของสมาร์ทโฟนตัวใหม่ว่า นอกจากซัมซุง กาแล็คซี่ เอส 4 ซูม จะเป็นสมาร์ทโฟนแล้ว ยังมาพร้อมกับคุณสมบัติกล้องอันโดดเด่นที่ช่วยให้สาวกสมาร์ทโฟนกลายเป็นช่างภาพมืออาชีพได้อย่างง่ายดาย ด้วยเลนส์ซูมแบบออพติคอล 10 เท่า แถมด้วยเซ็นเซอร์รับภาพแบบบีเอสไอ ซีมอส (BSI CMOS) ขนาด 16 ล้านพิกเซล ช่วยให้กาแล็คซี่ เอส 4 ซูม สามารถบันทึกภาพได้จากทุกระยะ และในทุกสภาพแสง กาแล็คซี่ เอส 4 ซูม ยังมีระบบกันภาพสั่นไหวแบบโอไอเอส (OIS- Optical Image Stabilizer) เพื่อลดการสั่นไหวของภาพ ช่วยให้บันทึกภาพได้อย่างคมชัด และช่วยให้การถ่ายภาพหรือบันทึกวิดีโอขณะทำการซูมเข้ามีความคมชัดมากขึ้น 

รองประธานธุรกิจโทรคมนาคม บ.ไทยซัมซุงฯ กล่าวอีกว่า อีกหนึ่งความพิเศษของซัมซุง กาแล็คซี่ เอส 4 ซูมที่ไม่เหมือนใคร คือ มีคุณสมบัติแบ่งปันภาพถ่ายขณะสนทนา (In-Call Photo Share) ที่จะช่วยบันทึกภาพและส่งภาพไปหาผู้อื่นทางข้อความมัลติมีเดีย (MMS) ได้ทันที คุณสมบัติ Smart Mode ที่ตั้งค่าอัตโนมัติให้ถ่ายภาพได้เหมือนมือโปร ได้ง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส อาทิ โหมดถ่ายภาพใกล้ (Macro) โหมดถ่ายภาพเคลื่อนไหว (Action Freeze) อีกทั้งยังมีฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย เช่น Beauty Face ปรับรูปหน้าให้สวยใสในเวลาเพียง 3 วินาที หรือฟิลเตอร์ Fish Eye ที่มีให้ในกล้อง โดยไม่ต้องพึ่งแอพพลิเคชั่นเสริม หรืออุปกรณ์เสริมอื่นๆ 

"ในส่วนของการสื่อสารการตลาดเพื่อให้ผลิตภัณฑ์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างเต็มประสิทธิภาพที่สุด ซัมซุง ได้วางกลยุทธ์พร้อมกิจกรรมไว้อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งครอบคลุมทั้งสื่อโฆษณาโทรทัศน์ โดยมีภาพยนตร์โฆษณาชุด Talk &Zoom ออกอากาศครั้งแรกในวันที่ 1 สิงหาคม 2556 โฆษณาทางสื่อสิ่งพิมพ์ และสื่อนอกบ้าน อีกทั้งซัมซุงยังเน้นสื่อออนไลน์ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสื่อหลักที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้เป็นอย่างดี โดยใช้สื่อในลักษณะแบบอินเตอร์แอคทีฟ เพื่อดึงดูดความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย ร่วมกับการรีวิวผลิตภัณฑ์เพื่อให้ผู้บริโภคได้เห็นฟังก์ชั่นการใช้งานจริงของกาแล็คซี่ เอส 4 ซูม นอกจากนี้ซัมซุงยังเน้นกลยุทธ์การให้ความรู้และเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคทดลองใช้เครื่องจริง ตลอดจนสามารถสอบถามข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญจนกว่าจะพอใจก่อนตัดสินใจซื้ออีกด้วย เพราะซัมซุงต้องการให้ผู้บริโภคได้ใช้ผลิตภัณฑ์ได้เต็มประสิทธิภาพมากที่สุด" นายวิชัย กล่าว 

รองประธานธุรกิจโทรคมนาคม บ.ไทยซัมซุงฯ กล่าวด้วยว่า ด้วยการที่ซัมซุงได้ทำศึกษาพฤติกรรม และความต้องการของผู้บริโภคมาเป็นอย่างดี ซัมซุงมั่นใจว่าการควบรวมคุณสมบัติของสุดยอดสมาร์ทโฟนอย่าง ซัมซุง กาแล็คซี่ เอส 4 เข้ากับคุณสมบัติของกล้องคุณภาพเยี่ยมที่ซูมได้ถึง 10 เท่า ซัมซุง กาแล็คซี่ เอส 4 ซูม จะเป็นสมาร์ทโฟนที่เป็นที่ต้องการและสร้างกระแสฮิตในตลาดอย่างแน่นอน. 

ที่มา : http://www.creditonhand.com/

เผยโฉมอย่างเป็นทางการแล้วกับ Windows 8.1

เผยโฉมอย่างเป็นทางการแล้วกับ Windows 8.1 รุ่นพรีวิว ในงาน Build 2013 โดยเวอร์ชันใหม่ของ Windows ตัวนี้จะเน้นไปที่การปรับปรุงจากของเดิมทั้งในส่วนของฟีเจอร์ และส่วนติดต่อผู้ใช้ รวมถึงปรับปรุงส่วนเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำให้ใช้งานได้สะดวกมากขึ้นอีกหลายจุด
เริ่มต้นกันที่ฟีเจอร์ใหม่เสียก่อน ซึ่งเพิ่มมาเยอะพอสมควรดังนี้ครับ (ภาพประกอบมีเท่าที่ไมโครซอฟท์ให้มานะครับ)
·                     รองรับการใช้งานบนหน้าจอความหนาแน่นพิกเซลสูงแล้ว
·                     เพิ่มระบบแต่งภาพในตัว ใช้งานได้จากแอพในโหมด Metro
·                     แอพ Mail เวอร์ชันใหม่ฟีเจอร์ทัดเทียมเวอร์ชันเว็บเข้าไปอีกขั้น มีฟีเจอร์ Sweep แล้ว


·                     Snap แอพได้มากขึ้น จำกัดความกว้างไว้อย่างน้อย 500 พิกเซล


 ·                     เพิ่มเอนจินค้นหาจาก Bing เข้ามาไว้ในระบบ



·                     คีย์บอร์ดใหม่รองรับ gesture มากขึ้น
·                     สามารถรับสาย Skype ได้จากหน้าล็อก
·                     ระบบ hand-free พลิกไปหน้าต่อไปได้โดยไม่ต้องแตะหน้าจอ (ใช้มือวาดผ่านกล้องแทน)
·                     รองรับการสั่งงานด้วยเสียง
·                     รองรับมาตรฐานแชร์ข้อมูลไร้สาย Miracast
·                     Internet Explorer 11 รองรับ WebGL และ MPEG Dash (มาตรฐานสตรีมวิดีโอความละเอียดสูง)


·                     แอพ Windows 8 จากไมโครซอฟท์ชุดใหม่ Bing Health & Fitness, Bing Food & Drink และ Bing’s Food & Drink app รวมถึงแอพพื้นฐานอย่าง Alarm และ Calculator
·                     แอพ Xbox Music ปรับปรุงใหม่ พร้อมเพิ่มวิทยุออนไลน์แบบมีโฆษณา
·                     Windows Store โฉมใหม่ แสดงรายละเอียดมากกว่าเดิม


·                     แอพ Windows 8 จะสามารถอัพเดตได้อัตโนมัติ
ในส่วนติดต่อผู้ใช้ใหม่มีการปรับรายละเอียดเข้ามามากพอตัวไล่เป็นข้อๆ ได้ดังนี้ครับ
·                     เพิ่มขนาด tile ใหม่อีกสองระดับ (เล็กสุด-ใหญ่สุด)
·                     ย้าย tile พร้อมกันทีละหลายๆ อันได้แล้ว
·                     ปัดนิ้วขึ้นเพื่อเข้าหน้าแอพรวม (เหมือน Windows Phone) สามารถเลือกเรียงตามชื่อแอพ วันที่ลง ฯลฯ
·                     ตั้งภาพพื้นหลังได้ละเอียดขึ้นแล้ว ตั้งพื้นหลังหน้า Start Screen ให้เป็นอันเดียวกับบนเดสก์ท็อปได้อย่างง่าย




·                     ภาพพื้นหลังขยับตามการเลื่อนนิ้วในหน้า Start Screen ได้แล้ว
·                     เพิ่มปุ่ม Start (สำหรับเข้าหน้า Start Screen), บูตเข้าเดสก์ท็อป และปิดฟีเจอร์ Hot Corners ได้แล้ว


·                     เพิ่มหน้าค้นหารวมทั้งโปรแกรม ตั้งค่าระบบ ไฟล์ และข้อมูลจากออนไลน์ด้วย Bing


สำหรับผู้ใช้ Windows 8 อยู่สามารถอัพเดตเป็น Windows 8.1 ได้ฟรีในช่วงปลายปีนี้ ส่วนใครที่รีบอยากลองของใหม่สามารถดาวน์โหลดเวอร์ชันพรีวิวได้วันนี้เลยครับ