Translate

บทความที่ได้รับความนิยม

วันเสาร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2556

Glowdeck เป็นมากกว่าลำโพงไร้สาย

      Glowdeck ลำโพงไร้สายอเนกประสงค์ หนึ่งในแก็ดเจ็ตรูปแบบใหม่ที่เปรียบได้กับอุปกรณ์เสริมสำหรับการใช้โทรศัพท์มือถือในยุคดิจิตอล จะสะดวกและทันสมัยแค่ไหน ไปชมกันครับ

       Glowdeck เป็นลำโพงไร้สายขนาดเล็กที่ออกแบบมาในรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ใส่สีน้ำตาลอ่อนแสดงถึงความคลาสสิคของแก็ดเจ็ตไร้สายชนิดนี้ สะดวกแก่การพกพา พร้อมแบตเตอรี่ในตัวขนาด 5400 mAh ที่ช่วยให้การใช้งานยาวนานจนคุณไม่ต้องนึกถึงการเสียบสายชาร์จเมื่อนำไปใช้นอกบ้าน Glowdeck มีหน้าจอขนาด 1.8 นิ้วอยู่ด้านหน้า คอยแสดงวันที่และข้อมูลสภาพอากาศออนไลน์ได้ผ่านการเชื่อมต่อ Wi-Fi นอกจากผู้ใช้งานยังสามารถกำหนดให้มีการแสดงผลข้อมูลกีฬาล่าสุด, ข้อมูลตลาดหุ้น และตารางนัดหมายต่างๆได้ เพียงเข้าไปตั้งค่าผ่านเว็บเบราว์เซอร์


        Glowdeck ยังทำหน้าที่เป็นอุปกรณ์ชาร์จไร้สาย (Wireless Charging) สำหรับโทรศัพท์มือถือเพียงแค่ผู้ใช้งานนำเครื่องที่รองรับกับการชาร์จไร้สายไปวางไว้บนเครื่อง Glowdeck เพียงเท่านี้ก็จะเริ่มการชาร์จแบตเตอรี่ไปโทรศัพท์มือถือของคุณแล้ว ซึ่งคุณสามารถชาร์จไร้สายกับมือถือได้พร้อมกันถึง 2 เครื่อง
       

      ในขณะที่คุณวางมือถือบน Glowdeck คุณจะทราบได้ทันทีหากมีสายเรียกเข้าหรือข้อความเข้ามา เนื่องจากระบบไฟ LED ใต้ตัวเครื่องจะกระพริบเหมือนส่งสัญญาณให้คุณทราบถึงการแจ้งเตือนต่างๆ ยังไม่หมดเท่านี้ Glowdeck ยังสามารถซิงค์กับเพลงในมือถือของคุณได้ผ่านการเชื่อมต่อกับบลูทูธ ทำให้ Glowdeck เป็นเหมือนเครื่องขยายเสียงให้กับมือถือของคุณได้

        Glowdeck ลำโพงไร้สายอเนกประสงค์ เปิดให้ร่วมระดมทุนผ่านเว็บไซต์ kickstarter ท่านใดที่สนใจสามารถเข้าไปรับชมเพิ่มเติมกันได้ต่อไป


อนาคตซัมซุงที่จะลดการใช้ Android

        ความพยายามที่จะลดบทบาทของ Android ในทุกอุปกรณ์พกพาของซัมซุงคือการพัฒนาและผลักดันโอเอสรุ่นใหม่นาม Tizen ที่ได้ Intel เข้ามาร่วมสร้างสรรค์ผลงานครั้งนี้ ซึ่งซัมซุงก็คาดหวังต่อโอเอสของตัวเองไว้ว่าจะเป็นทางเลือกและพลังในการขับเคลื่อนอนาคตของบริษัทร่วมกับโทรศัพท์มือถือรุ่นเรือธง
   
       จากการให้สัมภาษณ์ของ J.K.Shin ซีอีโอของซัมซุงกับ CNET ต่อโอเอส Tizen ในตอนหนึ่งระบุว่ามันจะเป็นมากกว่าระบบปฏิบัติการที่ถือเป็นทางเลือกง่ายๆสำหรับ Android การใช้ Tizen OS จะช่วยให้ลูกค้าของซัมซุงที่ใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น โทรศัพท์มือถือ, พีซี, กล้อง ตลอดจนอุตสาหกรรมอื่นๆ ได้แก่ รถยนต์, ธนาคาร และเทคโนโลยีอื่นๆ สามารถข้ามมาบรรจบกันเป็นหนึ่งเดียวได้ ซึ่ง Tizen OS ได้ถูกเปิดเผยภายใต้อุปกรณ์ต้นแบบไปแล้วเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ในงาน Mobile World Congress


     โดยการพัฒนา Tizen ของซัมซุงและ Intel จะไม่ใช่แค่การส่งเสริมทางเลือกใหม่ให้กับผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ แต่ยังเป็นการแยกความแตกต่างของโทรศัพท์มือถือซัมซุงกับมือถือที่ใช้ Android จากตลาดเพื่อความชัดเจนที่มากขึ้น นอกจากนี้การประกาศเปิดตัว Moto X อีกหนึ่งมือถือเรือธงภายใต้ Google กับ Motorola ขยับให้การแข่งขันในตลาด Android ทวีความเข้มข้นเป็นเท่าตัว อีกทั้งซัมซุงเป็นกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับการพึ่งพาใน Android ซึ่งทำงานในโทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ตส่วนใหญ่ แต่อำนาจในการคอนโทรลของซัมซุงเองยังมีน้อย แม้ซัมซุงจะขึ้นชื่อว่าเป็นบริษัทที่ขายมือถือได้มากที่สุดในโลกก็ตาม

       ฉะนั้น Tizen OS จึงเป็นสิ่งสำคัญเพราะมันหมายถึงความพยายามที่ดีที่สุดของซัมซุงที่จะผลักดันระบบปฏิบัติการที่มีการควบคุมได้มากกว่าเพื่ออำนาจเหนือตลาดโทรศัพท์มือถือที่จะขับเคลื่อนด้วยอุปกรณ์สาย Galaxy S

       เป็นที่น่าติดตามว่าในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ซัมซุงจะประกาศตัว Tizen OS พร้อมกับโทรศัพท์มือถือรุ่นใด และจะสามารถต่อกรกับ Android หรือ iOS ได้ดีเพียงใด เวลาเท่านั้นที่จะเป็นเครื่องพิสูจน์

iPhone 5C ราคาอาจไม่ถูกตามที่หวัง

       ชื่อของ iPhone low cost หรือไอโฟนราคาประหยัดกลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงนานนับเดือน ก่อนจะถูกลือมาเป็น iPhone Lite และล่าสุดในชื่อ iPhone 5C สิ่งที่ผู้ใช้มือถือให้ความสนใจนอกเหนือจากคุณสมบัติต่างๆแล้ว นั่นก็คือ “ราคา” ที่มีทั้งการคาดการณ์และหวังว่ามันจะ “ถูก” สมชื่อของมันจนถึงตอนนี้รูปร่างหน้าตาของ iPhone 5C (iPhone low cost, iPhone Lite เดิม) ที่ปรากฎภาพหลุดให้เราเห็นกันอยู่เรื่อยๆ น่าจะเป็นการยืนยันได้ในระดับหนึ่งว่าดีไซน์ที่ Apple ที่กำหนดให้กับไอโฟนรุ่นประหยัดคงไม่หนีไปจากภาพที่เราเห็นมาตลอดในช่วง 1-2 เดือนหลัง ซึ่งเป็นดีไซน์ที่ลอกมาจาก iPhone 5 แต่ปรับวัสดุที่เป็นอะลูมิเนียมมาใช้พลาสติกที่มีความทนทานแทน และตัวเครื่องก็จะหนาตามไปด้วย ส่วนกล้องหลังน่าจะมาพร้อมกับความละเอียด 8 ล้านพิกเซล หน้าจอแสดงผลขนาด 4 นิ้ว ทางด้านราคาที่มีหลายคนพูดถึงกันไม่ใช่น้อยว่ามันน่าจะอยู่ราวๆ 1 หมื่นต้นๆ ซึ่งเว็บไซต์ phonearena ก็ได้มีการอ้างอิงราคาจากสื่อในประเทศจีนว่า iPhone 5C น่าจะมีราคาอยู่ที่ 490 เหรียฐสหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 15,000 บาท และเมื่อบวกกับค่าขนส่งตลอดจนค่าอื่นๆเมื่อนำมาขายในไทยแล้ว ราคาอาจจะพุ่งไปแตะหลัก 16,000 – 17,000 บาทก็เป็นได้




   หากราคาเป็นไปตามที่สื่อจีนอ้างแล้วล่ะก็ ผู้ใช้มือถือที่มีกำลังทรัพย์น้อยและรอการมาของ iPhone 5C นี้อาจจะต้องกุมขมับแล้วหันไปใช้ Android ที่มีราคาถูกกว่าก็เป็นได้




USB 3.1 ให้ความเร็วสูงสุด 10 Gbps

     USB คือมาตรฐานในแง่ของการเชื่อมต่ออุปกรณ์รอบข้างทั้งหลายซึ่งเวอร์ชั่นใหม่ที่ใช้ในปัจจุบันคือ USB 3.0 ที่ให้ความเร็วในการแลกเปลียนข้อมูลสูงสุดถึง 4.8 Gbps แต่อีกไม่นานนี้ USB 3.1 จะเข้ามาสร้างมาตรฐานใหม่ของการรับส่งข้อมูลในความเร็วสูงสุด 10 Gbps

     สำหรับหัวใจสำคัญในการออกมาตรฐานใหม่คือเรื่อง Backward Compatible ที่จะเอื้อต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ของผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ในอนาคต ตลอดจนอุปกรณ์รุ่นเก่าของผู้บริโภคทั่วไป ทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องกังวลเรื่องความเข้ากันได้ของอุปกรณ์รุ่นเก่ากับรุ่นใหม่ และแน่นอนว่า USB 3.1 จะเป็น SuperSpeed USB ที่รองรับอัตรการรับส่งข้อมูลจากเดิมใน USB 3.0 ที่ 4.8 Gbps เพิ่มป็น 10 Gbps ช่วยให้การคัดลอกข้อมูลขนาดใหญ่เป็นไปด้วยความรวดเร็วยิ่งขึ้น นอกจากนี้ในแง่ของพลังงานแล้วก็จะประหยัดขึ้นอีกเช่นเดียวกัน คาดว่า USB 3.1 จะทะยอยออกสู่ตลาดในปี 2014 ขณะเดียวกัน Intel ก็เตรียมที่จะพัฒนา Thunderbolt 2 ในปีนี้ ซึ่งจะให้ความเร็วสูงสุดถึง 20 Gbps


     ซึ่ง Intel ก็จะเปิดโอกาสให้นักพัฒนาได้เข้าร่วมเรียนรู้และรายละเอียดทางเทคนิคของ USB 3.1 ตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคมนี้ไปจนถึงเดือนธันวาคม ในการงานสัมมนาที่จะจัดขึ้น 3 ครั้งโดยเริ่มจากสหรัฐอเมริกา, ในแถบยุโรป และเอเชีย

แค่มี iPhone ค่ายอื่นก็ชิดซ้าย

     ช่วงเวลาที่ผ่านมาผลิตภัณฑ์ของ Apple อย่าง iPhone และ iPad มักถูกนำไปเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์ยี่ห้อดังๆผ่านชุดโฆษณาอยู่เป็นประจำ แม้จะมีการหยิบยกจุดด้อยของทั้ง iPhone และ iPad แต่นั่นก็ไม่ได้ช่วยให้ความนิยมในตัวผลิตภัณฑ์ของ Apple ลดลงไปแต่อย่างใด ขณะเดียวกัน Apple ยังทะยอยส่งโฆษณาชุดใหม่ๆที่ไม่เน้นโจมตีค่ายใดค่ายหนึ่งออกมาเพื่อให้คนทั่วไปได้เห็นประโยชน์อันเหลือล้นจาก iPhone

     โฆษณาชุดใหม่ของ Apple ที่เพื่อนๆกำลังจะได้ชมต่อไปนี้เป็นการบอกเล่าเรื่องราวผ่านฟีเจอร์ FaceTime บน iPhone ที่ไม่คุณจะอยู่ที่ไหน จะทำอะไร และมีการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตไร้สาย คุณก็สามารถพูดคุยแบบเห็นหน้ากับคู่สายของคุณได้อย่างง่ายดายในทุกๆวัน ไม่เพียงแค่การคุยเห็นหน้าเท่านั้น แต่การใช้ FaceTime ยังเสมือนเป็นการแสดงความรู้สึกดีๆ ถึงกันและกันผ่านสีหน้า ท่าทาง รวมถึงคำพูดต่างๆ ซึ่งทุกกิริยาอาการสามารถส่งถึงคู่สายของคุณได้ผ่าน FaceTime ทั้งนี้ในโฆษณาชุดใหม่ของ iPhone ยังทิ้งท้ายด้วยว่า FaceTime เป็นฟีเจอร์เฉพาะบน iPhone ที่ทำได้ดีกว่าโทรศัพท์ยี่ห้ออื่นๆ ด้วย (ก็ว่ากันไป)

    โดยส่วนตัวของผู้เขียนเองก็เชื่อว่าเพื่อนๆที่ใช้ iPhone ก็คงจะเคยเล่น FaceTime กันมาบ้าง แต่นอกจาก FaceTime แล้วก็ยังมีแอพ Tango ที่มีคุณสมบัติคุยแบบเห็นหน้าได้เช่นเดียวกัน ส่วน FaceTime หรือ Tango รวมถึงแอพอื่นๆ ตัวไหนจะดีกว่ากันเรื่องนี้เพื่อนๆทุกคนคงรู้กันเป็นอย่างดีแน่นอน ^^


BlackBerry ส่อแววขายกิจการ

      มีขาขึ้นก็ต้องมีขาลง !! สัจธรรมที่เกิดขึ้นจริงบนโลกใบนี้ เช่นเดียวกับ BlackBerry จากยุคที่กิจการเฟื่องฟู มาตอนนี้พวกเขากลับต้องเผชิญกลับปัญหาการขาดทุนอย่างต่อเนื่อง จนส่อแววว่าอาจต้องขายกิจการ

      จากค่านิยมของผู้ใช้สมาร์ทโฟนที่หันไปใช้ iOS กับ Android กันเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ระบบปฏิบัติการอื่นๆ รวมถึง BlackBerry ค่อนข้างถูกมองข้าม นอกจากนี้ดีไซน์ของ iPhone และสมาร์ทโฟน Android ต่างสามารถดึงดูดให้ผู้ใช้ตัดสินใจเลือกในสิ่งที่ต้องการได้ แถมโอเอสที่พวกเขาเลือกยังสามารถเข้าถึงและเรียนรู้ได้ง่าย แม้ตลอดปีที่ผ่านมา BlackBerry พยายามอย่างยิ่งกับการผลักดันสมาร์ทโฟนไฮเอนด์รุ่นใหม่อย่าง BlackBerry Z10 และโอเอสรุ่นใหม่อย่าง BES 10 แต่นั่นกลับไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ที่ย่ำแย่ของบริษัทกระเตื้องขึ้นแต่อย่างใด เนื่องจากไม่สามารถต่อสู้ในตลาดสมาร์ทโฟนที่มี Apple, Samsung หรือ Android ได้ ฉะนั้นเพื่อเป็นการหาทางออกในเรื่องนี้ BlackBerry จึงตัดสินใจตั้งคณะกรรมการชุดเฉพาะกิจขึ้นมาเพื่อร่วมหารือและกำหนดกลยุทธ์ตลอดจนพิจารณาทางเลือกใหม่ๆสำหรับทางออกของปัญหาที่ดีสุด และรวมไปถึงการพิจารณาขายกิจการด้วย


     ทางด้านซีอีโอของ BlackBerry ยังได้ออกมากล่าวต่อเรื่องที่เกิดขึ้นว่าหลังจากที่มีการจัดตั้งคณะกรรมการชุดเฉพาะกิจขึ้นมา BlacBerry จะยังให้คำสำคัญกับอุตสาหกรรมและการพัฒนาเทคโนโลยีต่อไป ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะมุ่งเน้นที่ความเหมาะสมตามกลยุทธ์ที่คณะกรรมการเฉพาะกิจกำหนดขึ้น

    ในการสำรวจส่วนแบ่งการตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลกของ IDC ปรากฎว่า Blackberry เหลือส่วนแบ่งอยู่ไม่ถึง 3% ในไตรมาสล่าสุดของปี 2013 ทั้งๆที่เมื่อ 4 ปีก่อนยังครองส่วนแบ่งได้มากถึง 50 %

อ้างอิงจาก theguardian

Robert Downey Jr. เริ่มโปรโมต HTC

         งบประมาณมหาศาลกว่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐที่ HTC ทุ่มเทให้กับการโปรโมตแคมเปญใหม่ล่าสุดของพวกเขา พร้อมดึง Robert Downey Jr. (โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์) ชายที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากันจากบทบาทIron Man และ Sherlock holmes มาร่วมสร้างสรรค์แบรนด์ HTC ให้น่าติดตามมากยิ่งขึ้น

    หลังปล่อยทีเซอร์สั้นๆออกมาเรียกน้ำย่อยไปก่อนหน้านี้ ล่าสุด HTC ส่งคลิปฉบับเต็มชุดแรกที่นำแสดงโดย โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ มาให้เราได้ชมกันแล้ว โฆษณาดังกล่าวเท่าที่ตัวผมได้ชมไปนั้นเสมือนเป็นการแนะนำ HTC ว่ามันคืออะไร สังเกตได้จากช่วงต้นของโฆษณาซึ่งผู้ที่อยู่ในห้องประชุมต่างงงไปกับข้อความในกระดาษที่พระเอกของเราได้หยิบขึ้นมาพร้อมด้วยคำว่า HTC หลังจากนั้นก็เป็นการสื่อให้เห็นถึงสรรพคุณของสมาร์ทโฟน HTC ทั้งในแง่ของการโชว์คุณภาพของเสียงด้วยระบบลำโพงคู่หรือ BoomSound (ช่วงขัดสีรถ )หรือจะเป็นความเร็วชัตเตอร์ของการถ่ายภาพเคลื่อนไหวด้วยเซนเซอร์ชนิดพิเศษที่เรียกว่า Ultrapixel (ช่วงเช้าชมพิพิทธภัณฑ์)

      อีกหนึ่งสรรพคุณของโปรโมต HTC ในโฆษณาชุดแรกนี้ที่ผมขอเดาว่าในช่วงท้ายของโฆษณาที่เราได้เห็นห้องจำนวนมากพร้อมมีการกระทำของเหล่านักแสดงที่แตกต่างกันไปน่าจะเป็นการสื่อให้เห็นถึงอินเตอร์เฟสของ HTC ที่เรียกว่า Blink Feed ซึ่งจุดเด่นคือการรวบรวมข่าวสารทั้งโลก, Social Network และแอพสำหรับการใช้งานทั่วไปมารวมไว้ในที่เดียวและแน่นอนว่าก่อนจบคลิปก็จะเป็นการปิดท้ายด้วยสโลแกนใหม่จาก HTC ที่เรียกว่า "Here's To Change"